สวย!!ปัง!! ที่ Thailand..No care บินไกลถึง Korea <by DRK Clinic>

กราบสวัสดีงามๆก่อนเลยค่ะ ชื่อน้อง มีนา ค่ะ ทำอาชีพอะไรนั้นเหรอ? ไม่ต้องพูดถึง

สวยไปวันๆพอค่ะ ก็มีถ่ายแบบ รับงานเปิดตัวบ้าง รีวิวนู้นนี้นั้น ตามประสา

สวยปังขนาดนี้ จะให้ไปทำงานอะไรคะเอาจริง ทุนเดิมนี้ว่า นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

แต่อาจไม่สวยปัง แต่ก็ได้อยู่นะ 5555+ แต่ที่ประสบเหตุบ่อยๆเลยคือว่ามีนา

ทำเสริมจมูกมาแล้วถึง 3 ครั้งจ้า เป็นไงกันละหน้าช้ำกันไปเลย

และไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง ครั้งล่าสุดที่ทำมาก็ดูโด่งไป

จนทำให้รูจมูกไม่เท่ากันอีก คือมันก็ขาดความมั่นใจไปเลย เพื่อนๆพอนึกภาพตามออกไหมค่ะ?

อาจจะเพราะทุนเดิมเราก็ค่อนข้างมีจมูก ไปเสริมไปแก้มากี่ครั้งเนี้ย ก็เลย โด่ง สูง

เป็นแท่ง โป๊ะ โป๊ะ โป๊ะ มากเลยค่ะ เพลียใจ!!! และยังมีคนทักอีกว่าหน้าเหมือนสาว 2

แอบนอยด์สุดๆ หรือต้องดีใจ? เพราะเดี่ยวนี้ สาว2 คือสวยกราบเท้ามากเลยค่ะ

และด้วยความที่มีนา ทำงานต้องเข้ากล้องบ่อยๆบวกกับเป็นคนผอมๆ

จนมีครั้งล่าสุดไปถ่ายงาน พี่ตากล้องที่สนิทกันทักเลยว่าหน้าเราดูแปลกๆ ไปนะ

หน้าดูตอบๆเหมือนคนพักผ่อนน้อย ไม่ได้นอน เหนื่อยจะรีทัช เรานี้นื่งเลยค่ะ

พอได้ยินก็รู้สึกไม่มั่นใจเลย

เลยกลับมานั่งคิด นอนคิด ฉันจะโมหน้าใหม่ เอาให้ปัง เอาให้เป๊ะ ที่คิดไว้คือ

1.แก้จมูกก่อนเลยค่ะ อยากได้แบบที่เค้าฮิตกันค่ะ ทรงบาร์บี้ แบบ S Curveหวานๆละมุนๆ

ส่วนอย่างต่อมาคือ แก้หน้าตอบ ทำหน้าให้เด็กลง มีแก้มมีหน้าผากนู้นๆหน้าอิ่มเต็มๆ

แบบนักร้องเกาหลี ก็คือ เฮ้ย!! อยากหน้าแบบสาว Korea ก็บินไปทำที่ Korea ดิง่ายๆ

ทำให้มีนาตั้งใจอย่างสูงค่ะ ฉันจะไปเกาหลี ไปโมหน้า แล้วเดี่ยวนี้คนก็นิยม

บินไปทำเกาหลีกันเยอะ กลับมาก็สวยปังกันทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น มีนาไม่อารมณ์ชั่ววูบค่ะ

เพราะที่ผ่านมาตลอด 3 ครั้งของการผ่านมีดหมอ เพื่อนบอกว่าดีก็ไป เห็นรีวิวว่าสวยก็ไป คิดง่ายไปหน่อย

เลยศึกษาหาข้อมูลใหม่ค่ะ เอาแน่นๆไปเลย พอดูไป ดูมา และไปสอบถามเพื่อน

ที่เคยผ่านมีดหมอ Korea ก็ไม่เท่าไรนะคะ ไม่ใช่ว่าจะสวยทุกราย ไม่ได้ว่าจะเป๊ะทุกคน

เคสผิดพลาดก็มี เวลามีปัญหาก็แก้ไขยาก เกิดพลาดติดเชื้อ อักเสบขึ้นมาละ

จะทำยังไงเนี้ยดูวุ่นวายไปหมด ราคาก็ใช่ว่าจะเบา แอบโหดเหมือนกัน แต่โหดแล้วสวย

มีนาสู้ตายค่ะ คิดไปคิดมา ศึกษาใหม่ เปิดใจให้กว้างและนั่งหาข้อมูล ก็เลือกได้หลายที่

ไทยบ้าง เกาหลีบ้าง เลือกไปเลือกมา และเข้าไปสอบถามข้อมูลมา

มาจบที่ DRK Beauty Clinic ค่ะ เพราะอะไรเหรอค่ะ อันดับแรก

คือแอดไลน์ค่ะ ทักไปสอบถามเบื้องต้น คือ ตอบไวมาก ไวซะใจ ถามปุ๊ปตามปั๊ป

ให้ข้อมูลดีค่ะ ตรงๆ ไม่โกหก ไม่หลอกขาย ไม่เชียร์จนเกินไป ดูโอเคเนอะ

และพอมาศึกษาประวัติดู เปิดมาเกือบ 20 ปี เอาจริงๆนะ ถ้าคลีนิกไม่เจ๋งจริงคงเจ๊งไปแล้ว

คุณหมอก็จบเฉพาะทางประสบการณ์เยอะ แก้ไขเคสยากๆ เคสพิการมาเยอะ

เคสอย่างเราคงจิบๆแน่ๆ รู้สึกปัญหาตัวเองเป็นเรื่องเล็กไปเลยจ้า

และอันสุดท้าย คือ มีโปรโมชั่นพอดี โอ้โห!!! ถูกละดีอย่างนี้ ข้อมูลก็ปึกจะลังเลอะไร

เลยลองเข้าไปปรึกษาดู ตอนนั้นแอดมินที่คลีนิกแนะนำให้ทำกับหมอเบียร์ค่ะ

พอได้คุยกับหมอ เออ คือมั่นใจ หมอน่ารัก แนะนำดี ตรงไปตรงมาชัดเจน

ถ้าใครสายhardcore ไม่โลกสวย เพราะนี้คือความจริง ต้องที่นี้เลยค่ะ

DRK Beauty Clinic หมอพูดแบบตรงๆ จุกๆ เลยค่ะ ว่าควรทำอะไรแก้ไขอันไหน

หน้ามีปัญหายังไง ทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่ทำ โอ๊ยคือเลิฟเลย นี้แหละค่ะ ที่ตามหา

เพราะไปที่อื่นมา จะทำ 1 เชียร์ไป 2 เชียร์ไป3 ไป4 ไป5 จะให้ จ่ายเงินอย่างเดียวบ้างแหละ

จะบีบคอขายไปไหนค่ะเนี้ย

สรุปเลย พิมมาเยอะ เมื่อยนิ้วค่ะ.... บอกหมอไปว่า อยากแก้จมูก อยากได้ หวานๆ S Curve

และเติมไขมันทั่วใบหน้าให้อิ่มๆ หมอเลยแนะนำมาว่า อันดับแรก แก้จมูกเนี้ย

ต้องเอาออก และถ้าอยากหวานต้อง ตอกฐานกระดูก เพราะกระดูกเดิมสูงและใหญ่

และต้องทำจมูกดูไม่เป็นแท่ง ดูธรรมชาติ สวยๆ หวาน ซอฟๆ ไม่ปลอม และเนื้อปลายจมูกบางมาก

เพราะทำมา 3 รอบแล้ว ครั้งนี้ต้องใส่เนิ้อเยื้อเทียม และหมอจะพยายามแก้รูจมูกที่มันแตกต่างกัน

เพราะตรงนี้ เรากังวลมากๆๆๆ แต่ยังไงแล้วการแก้ไขนั้น อาจจะไม่ได้ออกมารูจมูกเท่ากันแบบ 100% แต่

หมอก็รับปากว่าจะดีขึ้นแน่นอน ส่วนต้องมา คือการเติมไขมัน หรือ Fat grafting

คุณหมอแนะนำว่าให้เราเติมส่วนแก้มส้ม ใต้ตา ขมับ หน้าผาก ร่องแก้ม ก็ คือทั้งหน้าถูกไหมค่ะ 5555+ เติม

ไขมัน หรือ Fat grafting คืออะไร?? เพื่อนๆหลายคนสงสัย มันคือ การดูดไขมันตัวเอง

จากบริเวณต้นขาด้านในออกมา และคุณหมอจะนำไขมันที่ดูดได้ไปใส่หลอดและไปปั่นแยกที่เครื่องปั่นแยก

โดยใช้เวลาปั่นไขมัน 3,000 รอบต่อนาที นาน 3 นาที เพื่อแยกเซลส์ไขมันดี หรือตัวไขมันสเต็มส์เซลส์ แล้ว

นำออกมาฉีดในบริเวณที่เราต้องการ การทำด้วยวิธีนี้จะทำให้ไขมัน อยู่ติดและอยู่กับเราไปตลอด คุณหมอ

เบียร์ อธิบายว่า การเติมไขมันนั้น ตัวไขมันคือสิ่งมีชีวิตต้องให้เลือดมาเลี้ยง ถึงจะอยู่รอดและอยู่ตลอด ซึ่งถ้า

สมมุติว่าหมอเติมไป 100% ไขมันอาจมีตายไปบ้างสัก 30-50% เพราะตัวไขมันต้องการเลือดไปเลี้ยง ซึ่ง

เลือดมันอาจไปเลี้ยงบางเซลส์ไม่ทัน ก็จะทำให้ตายได้ เพราะฉนั้นหมอเบียร์จะฉีดโอเวอร์กว่าความเป็นจริง

หน่อย พอยุบจะได้ดูพอดี แต่ถ้าฉีดเยอะไปแน่นไป จากที่จะรอด 50% ก็อาจตายหมด100% เลยค่ะ เพราะ

ตัวไขมันจะไปแย่งอาหารกัน แต่ข้อเสียก็มีนะค่ะ เนืองจากเราไม่สามารถควบคุมได้ว่าไขมันตรงไหนจะรอด

ตรงไหนจะตาย มันอาจทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายออกมาและไม่เท่ากันได้ อันนี้คนไข้ตรงมีความเข้าใจและไม่

มาโวยวายทีหลังนะครับ ไอ้เราก็ “ได้ค่ะ รับทราบ” ก็อยากสวยอ่าเนอะ ความเสี่ยงแค่นี้ชิวๆ คำถามเกิดขึ้นอีก

ค่ะ แล้วถ้าไม่เท่ากันละทำไง? หมอตอบง่ายๆเลยค่ะ ก็มาเติมซ้ำรอบ2 อีกประมาณสัก 2-3 เดือน หรือไม่