ปลูกผม เทคนิคย้ายเซลล์ (FUE)

Hair Transplant

ศัลยกรรมปลูกผมคืออะไร สาเหตุที่ต้องรักษา เหมาะกับใคร

      ศัลยกรรมปลูกผมหมายถึง การผ่าตัดชนิดหนึ่ง ที่ทำการย้ายรากผมตามธรรมชาติของเราเองที่มีความคงทนแข็งแรง ไปปลูกใหม่ในตำแหน่งที่ผมร่วงหรือผมบางไปแล้ว เป็นการทดแทนเพื่อความสวยงาม  เนื่องจากผมบนหนังศีรษะของเราในตำแหน่งต่างๆมีความแข็งแรงไม่เท่ากัน ผมที่อยู่บริเวณท้ายทอยจะแข็งแรงมาก และอายุขัยยาวนานกว่าผมที่อยู่ส่วนบนของหนังศีรษะ จึงสามารถย้ายรากไปปลูกทดแทนที่ตำแหน่งอื่นๆได้อย่างดี เหมาะกับทุกท่านที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หรือศีรษะเถิก และผู้ที่มีปัญหาผมเว้าแหว่งจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคผิวหนัง บาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก etc..

 

การรักษามีกี่แบบ อะไรบ้าง อะไรเป็นที่นิยม

      การผ่าตัดแบ่งเป็นชนิดแผลกรีดยาว[FUT] กับชนิดแผลเจาะ[FUE] ทั้งสองวิธีได้ชื่อว่าเป็นการผ่าตัดทั้งคู่ แต่ระดับความลึกแค่ชั้นผิวหนัง แบบแรกจะมีแผลยาว ต้องทำการผ่าตัดหนังศีรษะเป็นแผงออกมาเพื่อมาแบ่งรากผมเป็นกอเล็กๆตามธรรมชาติที่ผมตั้งแต่ กอละ 1-3 เส้น แล้วนำกอผมเล็กๆ นี้กลับมาปลูกใหม่บนหนังศีรษะในตำแหน่งที่เราต้องการ เช่น ด้านหน้าเพื่อทำแนวผมในคนที่ศีรษะเถิก หรือกลางกระหม่อมในคนที่ผมบางศีรษะล้าน ส่วนวิธีที่สองที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือการเจาะเอารากผมจากท้ายทอยมาทีละกอ วิธีหลังจะมีแผลเป็นเล็กๆ เท่านั้นแต่กระจายทั่วไป เวลาแผลหายจะมองไม่ชัดเพราะเป็นจุดเล็กๆ เท่ารูขุมขน


เปรียบเทียบ การผ่าตัดแบบแผลกรีดยาว[FUT] กับการผ่าตัดแบบแผลเจาะ[FUE]

ข้อดีข้อเสียแต่ละวิธี ความแตกต่างของสองวิธีนั้นอยู่ที่ตำแหน่งท้ายทอยทั้งสิ้น ตำแหน่งที่ปลูกการหายไม่แตกต่างกัน

ปลูกผมเทคนิค FUT แบบแผลกรีดยาว
  1. ทำได้ครั้งละจำนวนมากๆ เหมาะกับคนที่มีพื้นที่กว้างและต้องการปลูกด้วยจำนวนมาก

  2. คุณภาพของกราฟท์ดีกว่ามาก การฟกช้ำเนื่องจากการผ่าตัดน้อย ดังนั้นเมื่อย้ายไปปลูก โอกาสที่จะงอกงามดีกว่า อัตราการงอกเกือบ 100%

  3. เหมาะกับทุกสภาพเส้นผม ทั้งหยิก หรือตรง หงอกและดำ ทุกชนิดสามารถใช้เทคนิกนี้ได้ผลดีเหมือนกันหมด

  4. ไม่จำเป็นต้องโกนผมเพื่อทำหัตถการ

  5. มีแผลเป็นยาวที่ท้ายทอย ต้องไว้ผมยาวอย่างน้อย 1-2 cm เพื่อปกปิดแผล ไม่เหมาะกับคนที่อยากไว้สกินเฮด

  6. หลังผ่าตัดประมาณ 2-3 วันมีอาการเจ็บแผลผ่าตัดทางด้านหลัง

  7. อาจมีความเสี่ยงในแง่ของการตัดโดนเส้นประสาทรับความรู้สึก ซึ่งทำให้มีอาการชาที่ด้านหลัง แต่มักจะหายเองได้ใน 3-4 เดือน

  8. สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้ตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด

  9. มีไหมต้องตัดในช่วง 5-7 วันหลังผ่าตัด

ปลุกผม เทคนิคFUE แบบเจาะ
  1. จำนวนกราฟท์หรือกอจำกัด ในหนึ่งครั้งสามารถทำได้มากสุดประมาณ  2000-3000 กราฟท์  ขึ้นกับความยากง่ายของเคสเพราะการเจาะทีละกอต้องใช้เวลานานกว่า

  2. คุณภาพของกราฟท์ด้อยกว่า เพราะการเจาะและดึง ทำให้กราฟท์มีความชอกช้ำอยู่บ้าง เมื่อรากมีการบาดเจ็บและถูกย้ายไปปลูก อัตราการงอกจึงสู้แบบแผลยาวไม่ได้

  3. ไม่เหมาะกับคนที่ผมหยิกมาก หรือผมหงอก เพราะมีโอกาสตัดรากขาดสูง ให้ผลการรักษาไม่ดี

  4. จำเป็นต้องโกนผมเพื่อทำหัตถการ

  5. แผลเป็นๆ จุดเล็กๆ กระจายทั่ว จึงสามารถปกปิดได้แม้ไว้ผมสั้น สามารถไว้ทรง สกินเฮดได้

  6. ไม่เจ็บเลยตั้งแต่หลังผ่าตัด

  7. โอกาสเกิดอันตรายต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทน้อยมาก

  8. สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด

  9. ไม่ต้องตัดไหม

ปลูกผม เทคนิคย้ายเซลล์ (FUE)

หากเปรียบเทียบทั้งสองเทคนิค การที่จะเปรียบเทียบว่าเทคนิคไหนดีกว่ากันคงเป็นเรื่องยาก เพราะทั้งสองวิธีต่างมีข้อดีข้อเด่นแตกต่างกัน แต่ในช่วงหลังๆ เทคนิคการผ่าตัดปลูกผมแบบย้ายเซลล์หรือย้ายรากผมได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นพิเศษ จึงขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคนี้ 

ศัลยกรรมปลูกผม เทคนิคย้ายเซลล์ (FUE)คืออะไร?

       FUE มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Follicular Unit Extraction เป็นวิธีในการย้ายเซลล์ผมโดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะ ไม่มีแผลเย็บเหมือนวิธีเก่าๆทั่วไป Follicular Unit Extraction (FUE) เป็นเทคโนโลยีการปลูกถ่ายย้ายผมที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานระดับสากลว่าเห็นผลจริง มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากมีรอยแผลขนาดเล็กซึ่งเกิดจากการใช้หัวเจาะขนาดเล็กประมาณ 0.8-1.2 มม. เท่านั้น เจาะลงไปรอบๆ กอผมทีละกอ เจาะแบบลึกลงไปถึงรากผม แล้วดึงออกจากหนังศรีษะ หรือเรียกว่าวิธีการย้ายเซลล์ผมออกมานั่นเอง แล้วนำกลับไปปลูกใหม่ในบริเวณที่ต้องการ

ข้อดีในการทำศัลยกรรมปลูกผมเทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)
  • ความรู้สึกเจ็บแผลน้อยกว่าวิธีเก่า(Strip FUT) เพราะไม่ได้ตัดหนังศีรษะออกมาและไม่มีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด

  • เส้นผมที่ขึ้นมาใหม่เป็นเส้นผมจริงของตัวท่านเอง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เมื่อร่วงไปแล้วก็กลับขึ้นใหม่ได้อีก 

  • สามารถนำเส้นขนจากบริเวณอื่นๆของร่างกาย เช่น หนวด เครา ขนหน้าอก ขนแขน ขนหน้าแข้ง มาปลูกที่ศีรษะได้ขึ้นอยู่กับลักษณะของเส้นขนบริเวณนั้น

  • สามารถปลูกขนคิ้ว หนวดเคลาได้ 

  • เป็นวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด

  • ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย

ข้อควรปฏิบัติหลังศัลยกรรมปลูกผม
  • ไม่ควรขับรถยนต์กลับบ้านเอง หลังการผ่าตัดปลูกผม เนื่องจากฤทธิ์ของยานอนหลับอาจจะยังไม่หมด

  • ภายใน 24 ชม. แรกหลังการผ่าตัด ห้ามสัมผัสแผล  ซับเลือด สระผม หรือ ถูกน้ำบริเวณที่ปลูกผม

  • ระวังในการขึ้น หรือ ลงรถยนต์ในขณะที่ศีรษะของท่านยังชาอยู่ การกระแทกของศีรษะอาจจะทำให้เส้นผมที่ปลูกอยู่หลุดได้

  • หลังการปลูกผมควรนอนในท่าที่ศีรษะสูงในช่วง 2-3 วันแรก โดยนอนหนุนหมอน

  • งดสระผมหลังการปลูกผม 24 ชั่วโมง

  • หลังครบ 24 ชั่วโมง ให้สระผมได้ด้วยแชมพู และทิ้งแชมพูไว้บนศีรษะประมาณ 15 นาที เพื่อให้สะเก็ดนิ่ม โดยสระผมทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น 

  • ในกรณีที่มีอาการบวมบริเวณศีรษะ อาจใช้น้ำแข็งประคบบริเวณหน้าผากได้ แต่ห้ามประคบน้ำแข็งบริเวณศีรษะที่ได้รับการปลูกผมเด็ดขาด

  • ในกรณีที่มีสะเก็ดเลือดบริเวณผ่าตัดปลูกผม ห้ามแกะเด็ดขาด สะเก็ดเลือดเหล่านี้จะหลุดเองโดยธรรมชาติ ภายใน 2 สัปดาห์

 

ถามตอบ 
ศัลยกรรมปลูกผมเหมาะกับใคร ?
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องเส้นผม ไม่ว่าจะผมบาง หัวล้าน หัวเถิก แล้วต้องการมีผมที่ดูดกหนา หรือเพื่อการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้แก่ตัวเอง

ศัลยกรรมปลูกผมแล้วถ้าผมร่วงอีกจะหัวล้านเหมือนเดิมไหม?
  • ผมร่วงเกิดขึ้นได้แน่นอนครับ แต่จะไม่กลับไปล้านเหมือนเดิมแน่นอนเพราะผมที่ปลูกแพทย์จะเลือกกอผมที่แข็งแรง ดั้งนั้นผมร่วงไปก็เกิดใหม่ได้ครับ 

ศัลยกรรมปลูกผมแล้วต้องดูแลรักษาอย่างไร?
  • ในช่วงแรกอาจะจะต้องดูแลป็นพิเศษแต่เมื่อผมที่ปลูกยาวและแข็งแรงดีก็ดูแลปกติครับ อย่างไรก็ตามต้องดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศรีษะให้ดีจะได้หล่อสวยกันไปนานๆ

ค่าใช้จ่ายในการศัลยกรรมปลูกผม?
  • ค่าใช้จ่ายขึ้นกับปริมาณกราฟท์ที่ต้องใช้ ซึ่งแปรผันตามบริเวณกว้างและความหนาแน่นของผมที่ต้องการปลูก โดยทั่วไปจะอยู่ในหลักแสน เพราะเป็นงานฝีมือที่ยากและใช้เวลานานในการผ่าตัด  แต่ความคุ้มค่าคือเป็นผลที่ได้ตลอดชีวิต แต่ข้อเสียก็คือถ้าทำการผ่าตัดกับแพทย์และทีมงานที่ไม่มีประสบการณ์  ก็อาจจะเป็นตราบาปตลอดชีวิตได้เหมือนกัน เพราะนอกจากผมจะขึ้นไม่ดีแล้ว อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนา เช่น แนวผมผิดธรรมชาติ ทิศทางของผมปัดเป๋ไปมาหวีจัดทรงไม่ได้  ผมขึ้นแหว่งเป็นหย่อมๆ  ผมเป็นตอดูไม่ธรรมชาติเหมือนผมตุ๊กตา  ดังนั้นก่อนตัดสินใจรักษาควรหาข้อมูลให้ดีก่อน

ข้อควรทราบก่อนศัลยกรรมปลูกผม?
  1. ผมที่ย้ายรากมาเป็นผมของเราเอง ดังนั้นสามารถโกรก ดัด ย้อม หรือตัดได้ โดยผมก็จะยังคงงอกออกมาตามปกติ แต่อย่างไรก็ดี ผมที่ย้ายมาปลูกก็ยังคงมีวงจรชีวิตของมัน ดังนั้นยังสามารถร่วงได้ แต่ก็จะงอกกลับมาเป็นต้นใหญ่ดังเดิม ต่างจากผมที่มีปัญหาบริเวณส่วนบนที่ร่วงแล้วขึ้นมาเป็นต้นเล็กลงๆเรื่อยๆจนหมด

  2. การปลูกผมคือการย้ายรากไปทดแทนส่วนที่หายไปแล้ว ดังนั้น ไม่ได้เป็นการรักษาโดยตรง การรักษาที่ตรงจุดคือการใช้ยา และแสงเลเซอร์พลังงานต่ำ ที่ช่วยประคับประคองไม่ไห้ผมตามธรรมชาติหลุดร่วงไป  การปลูกผมเป็นเรื่องของศัลยกรรมตกแต่งเท่านั้น ดังนั้นแม้จะปลูกไปแล้ว แพทย์ก็ยังแนะนำให้ใช้ยาควบคู่เพื่อรักษาผมที่เหลือไว้ให้มากที่สุด

  3. ความหนาแน่นของผมปลูกไม่มีทางเทียบเท่ากับผมตามธรรมชาติ แต่เป็นการย้ายต้นใหญ่และแข็งแรงไปแทนที่ เนื้อผมจึงดูมากกว่า

  4. ผลลัพธ์ขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งแง่สภาพความแข็งแรงของราก สภาพเส้นผม คนผมหยิกมักดูมีผมหนากว่าคนผมตรง คนที่ผมสีอ่อนจะดูเหมือนมีผมมากกว่าคนที่ผมสีเข้ม ความหนาแน่นของเส้นผมในคนผิวขาวจะมากกว่าคนเอเชีย

  5. ในกรณีคนไข้ ไม่มีความประสงค์ที่จะรับการรักษาการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE หรือ FUT คนไข้สามารถรักษาหรือชะลออาการผมร่วง ผมบาง หัวล้านด้วยวิธี > ปลูกผมเทคนิค Mesotherapy

DRK Beauty Clinic

เลขที่ 87/6-7 อาคารโมเดิร์นทาวน์

ถ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย 3) แขวงคลองตันเหนือ

เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

เปิดทำการ :

จันทร์ - อาทิตย์  (เปิดทุกวัน)

เวลา 11:00-20:00

 

ติดต่อเราได้ที่  081-319-6856

Official Line @drkbeautyclinic  

หรือช่องทางอื่นๆตามนี้ค่ะ

  • Facebook Social Icon
  • youtube-logo-icon_116565
  • Instagram-v051916_200
  • LINE_logo

เสริมหน้าอก | ลดแก้ม | ปลูกผม | เสริมจมูก

© Copyright 2017-2018 by DRK Beauty Clinic   |   Proudly created by Digizoul.com   |   All rights reserved.